ผู้เขียน หัวข้อ: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร  (อ่าน 8700 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

MU7 Club Advertising

ออฟไลน์ ป้ายแดง

  • - คณะกรรมการ/สมาชิกสามัญ
  • - มือโปร
  • *
  • กระทู้: 1,887
คุณเคยไหมครับ? ว่าตอนที่เราขับรถคู่ชีพของเราพอถึงความเร็วช่วงหนึ่ง พวงมาลัยก็เริ่มมีอาการสั่นๆ เหมือนจะเป็นไข้ยิ่งขับเร็วขึ้นไปอีกก็ยังสั่นเพิ่มขึ้นไปมากกว่าเดิม พอเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีกระยะหนึ่งกลับสั่นน้อยกว่าเดิมหรือบางคันสั่นมากๆ เหมือนจะสั่นกันไปทั้งคัน พาลให้คนขับชักมีอาการ มือสั่น ปากสั่น เท้าสั่น กันไปตามๆกัน จากนี้เรามาหาสาเหตุกันครับว่า อาการสั่นที่เป็นอยู่นี้มีสาเหตุอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขได้อย่างไร

ยาง
เป็น ส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของอาการสั่นสาเหตุอาจเกิดจาก การบวมของยาง เนื่องจากยางหมดอายุุการเบรกรุนเเรงแบบ   หน้ายางไถลไปกับพื้น การตกหลุมแรงๆ หรือขับไปทับกับของแข็งจนทำให้โครงสร้างภายในยาง เกิดการเสียหายเปลี่ยนรูปและยางที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่นยางเปอร์เซนต์เก่าหรือรถที่จอดทิ้งไว้นานๆ

วิธีการตรวจเช็ค                                                                                                                                         
1. ดูแก้มยางหาวัน-เดือน-ปี ทีผลิต ปกติแล้ว อายุการใช้งานไม่ควรเกิน 4 ปี
2. ขึ้นแม่เเรง ให้ล้อหมุนสูงจากพื้น แล้วลองหมุนล้อดู สังเกตอาการหมุนของยางว่ายังกลมดีหรือไม่
3. ถอดล้อและยางไปร้านล้อแม็คที่มีเครื่องถ่วงล้อ ให้ลองถ่วงดูว่ายางมีการบวมหรือไม่ วิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องเเม่นยำที่สุด

วิธีการแก้ไข
วิธี เดียวครับคือเปลี่ยนใหม่อย่างเดียว และควรเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด เพราะยางสามารถระเบิดได้ หรือยางยืดหลุดจากล้อเมื่อวิ่งความเร็วสูงๆ

ล้อ-แม็ค
ก็ เป็นอีกส่วนหนึ่งไม่แพ้ยางเหมือนกันถ้ากระทะล้อเกิดการบิดเบี้ยวเสียรูป จะมีผลบังคับให้หน้ายางบิดเบี้ยวตามเช่นกันการเสียหายอาจเกิดจากการตกหลุม แรงๆ หรืออุบัติเหตุ เช่นชนฟุตบาท รวมถึงการดัดแปลงนำกระทะล้อมาเจาะรูเองและตะกั่วที่ถ่วงล้อหลุดหาย

วิธีการตรวจเช็ค
1. ขึ้นแม่แรงแล้วหมุนล้อดูอาการแก่วงของล้อและ ยาง                                                                                     
2. ถอดล้อแล้วสังเกตว่ากระทะล้อมีการบุบเสียรูป หรือมีรอยร้าวตรงไหนบ้าง                                                 
3. ตรวจเช็คดูว่าตะกั่วที่เคยถ่วงอยู่หลุดหายไปหรือไม่ สังเกตจากรอยที่เคยมีรอยกระดาษการเเปะ           
4. นำล้อไปถ่วงเครื่องถ่วงล้อจะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

วิธีการแก้ไข
ถ้า ตะกั่วหลุดให้นำไปถ่วงล้อใหม่ หรือมีอาการเบี้ยวหรือคด ยังพอสามารถนำไปซ่อม โดยร้านซ่อมจะนำไฟเป่าแม็คให้ร้อนแล้วเคาะกลับ แล้วถึงจะนำเข้าเครื่องกลึงเพื่อให้แม็คกลมเข้ารูปวิธีนี้เนื้อแม็คจะบางลง สูญเสียความแข็งแรง ถ้ามีอาการแตกร้าวแนะนำให้เปลี่ยนใหม่เสียดีกว่าเพราะถ้าซ่อมอาจทำให้ความ สามารถในการรับแรงดันลมยางลดน้อยลดมีโอกาสแตกใหม่ได้หลีกเลี่ยงการเจาะรูที่ แม็ค ยกเว้นจะเป็นร้านทีมีความชำนาญ

ปลอกดุม
เป็น ส่วนช่วยให้ล้อแม็คและดุมประคองกันจนตำแหน่งล้อได้เซนเตอร์เวลาใส่ล้อ มักเกิดกับเวลาซื้อแม็คมาเปลี่ยนใหม่่นอกจากขนาด และออฟเซ็ตแล้ว ยังต้องคำนึงถึงไดมิเตอร์ตรงกลางระหว่างดุมกับล้อด้วยว่า มีช่องว่างห่างกันหรือไม่

วิธีการตรวจเช็ค
ถอด ล้อแล้วใช้เครื่องมือวัดความกว้างระหว่างขนาดของดุมล้อ กับรูกลางของแม็คว่ามีระยะห่างหรือไม่หรือถ้าเคยมีอยู่แล้วตรวจดูว่าหายไป ระหว่างถอดใส่หรือไม่

วิธีแก้ไข
เลือก ซื้อล้อแม็คที่มีรูไดมิเตอร์ตรงกับดุมล้อรถของเรา หรือถ้าไม่ตรงมีช่องว่างควรวัดขนาดของดุมล้อแล้วให้โรงกลึงที่มีความชำนาญ กลึงปลอกดุมให้พอดีกับล้อและดุม


จานดิสเบรก
ก็ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สามารถทำให้พวงมาลัยสั่นเพราะจานดิสเบรคเป็นโลหะที่ ต้องทนความร้อนและเย็นตัวได้อย่างรวดเร็วความร้อนในบางครั้งมีอุณหภูมิหลาย ร้อยองศาจนร้อนแดงเหมือนเหล็กเผาไฟเลยทีเดียวดังนั้นเมื่อเย็นตัวลงจานดิส เบรกอาจเกิดอาการคดเสียรูปได้ หรือเกิดจากอาการเบรคติด 

วิธีการตรวจเช็ค
ถอด ล้อแล้วหาน็อตล้อมาไขให้แน่นพอประมาณหมุนจานเบรกดูว่ามีการแก่วงหรือไม่สัง เกตุจากคาริบเปอร์เบรก และผ้าเบรกว่าขยับหรือปล่าวหรือหมุนไม่ไปเลย แสดงว่าจานเบรคคด

วิธีการแก้ไข
ถ้า จานดิสเบรกคดสามารถถอดออกมาแล้วส่งให้ร้านเบรก นำไปเจียรเสียใหม่ หรือถ้าจานมีอาการบางมากๆ เเนะนำให้เปลี่ยนใหม่เสียดีกว่า เพราะถ้าขืนเจียรต่อจานอาจเกิดอาการร้าวหรือแตกได้อย่างง่าย ตรวจล้างแม่ปํ้มเบรคอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเบรกติด หลีกเลี่ยงการเบรกติดต่อกัน เช่น การลงเขา หรือการเบรคอย่างรุนแรงติดต่อกัน สำหรับผู้ที่ต้องใช้เบรกบ่อยๆ และรุนแรงเป็นประจำเเนะนำให้หาจานเบรกซิ่ง ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งขันเสียเลยดีกว่า

ลูกปืนล้อ
ลูก ปืนล้อมีหน้าที่เป็นตัวรองรับน้ำหนักและจุดหมุนของล้อ ถ้าลูกปืนล้อหลวมหรือแตก จะทำให้ล้อแกว่งเสียศูนย์ เกิดเสียงดัง พวงมาลัยสั่น มักเกิดจากจาระบีลูกปืนหมดอายุหรือ ซีลลูกปืนล้อเสียมีฝุ่นและน้ำเข้าได้

วิธีการตรวจเช็ค
1.ขึ้นแม่แรงให้ล้อที่จะตรวจเช็คลอยจากพื้นแล้วหมุนสังเกตุเสียง
2.จับล้อบนล่างแล้วขยับขึ้นลงสังเกตมีอาการหลวมหรือไม่

วิธีการแก้ไข
ถ้า ลูกปืนล้อหลวมสามารถปรับตั้งได้โดยถอดปลิ้นล๊อคลูกปืนล้อ แล้วไขให้แน่นแล้วค่อยๆคลายออกสักประมาณ30-45 องศาและลองหมุนดูว่าแน่นขึ้นหรือไม่ ถ้ายังไม่แน่นขึ้น และมีเสียงดังให้ทำการถอด และเปลี่ยนลูกปืนล้อเสียใหม่ ดูแลโดยการเปลี่ยนซีลลูกปืนล้อ ล้างและเปลี่ยนจาระบีอย่างสม่ำเสมอแกน-ดุมล้อถือเป็นแกนหลักในการหมุนของล้อ ถ้าดุมล้อเกิดอาการคตหรือผิดมุมล้อ จะทำให้ล้อเกิดอาการแกว่งไม่ได้เซนเตอร์มักเกิดจากการตกหลุมแรงๆ การเกิดอุบัติเหตุ และการซ่อมแซมรถแบบผิดพลาด

วิธีการตรวจเช็ค
1.ในการตรวจเช็ค ถอดล้อ คาริเปอร์เบรก จานเบรก และลูกปืนล้อออกเสียก่อน สังเกตุว่าดุมล้อมีอาการคดงอหรือไม่
2. นำรถเข้าเครื่องตั้งศูนย์ ซึ่งจะสามารถตรวจเช็คว่ามุมล้อเสียศูนย์หรือไม่

วิธีการแก้ไข
ส่วนมากมักต้องเปลี่ยนใหม่สถานเดียว เป็นส่วนสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาพวงมาลัยสั่น เพราะตรวจเช็คได้ยากที่สุด
ส่วนช่วงล่างนั้นมักจะไม่ค่อยมีผลต่ออาการพวงมาลัยสั่น แต่จะเกิดอาการเช่นตกหลุมเสียงดัง รถเสียศูนย์
ขับแล้วรถแกว่งไปเเกว่งมาเสียมากกว่า


ไม่รู้ว่าก๊อปมาหมดหรือเปล่าอิอิ เห็นว่าเป็นความรู้ดีค่ะเลยเอามาฝากค่ะ  -__-
ขออนุญาติแปะลิงค์นะค่ะ เอามาจากเวป sanook ค่ะ
http://auto.sanook.com/item/967-%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3.html

พื้นที่โฆษณา


ออฟไลน์ keow_38

  • ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยคนนะครับ
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือโปร
  • *
  • กระทู้: 2,304
  • รักคนใช้ Mu 7 ทุกคน
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 15:28:23 »
ขอบคุณครับ.. -__-
สวัสดีครับ ผู้เยี่ยมชม ยินดีที่ได้รู้จักครับ..ผมkeow_38หมายเลข 289  primo Ddi Vgs Turbo 3000 สีขาว(มุก) ครับ..

ออฟไลน์ arm

  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือสมัครเล่น
  • *
  • กระทู้: 267
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2010, 23:35:30 »
ขอบคุณมากความรู้ดีๆ  สิ่งเหล่านี้เรื่องจริง

ออฟไลน์ trong

  • มีสติทุกครั้งในการขับขี่
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือสมัครเล่น
  • *
  • กระทู้: 141
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2010, 21:08:22 »
 -__-ขอบคุณมากๆค่ะ
ยินดีที่รู้จักทุกคน และขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่า.......

ออฟไลน์ naj

  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือสมัครเล่น
  • *
  • กระทู้: 152
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 สิงหาคม 2010, 21:58:47 »
ขอบคุณจริงๆครับ 
ความรู้ดีๆ  ความรู้ที่เป็นประโยชน์ชอบมากครับ

สวัสดีครับ น้าๆพี่ๆน้องๆ mu 7 club ทุกคน
mu 7    8994  ห้องนั่งเล่น

ออฟไลน์ bedona

  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือสมัครเล่น
  • *
  • กระทู้: 331
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2010, 08:57:03 »
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ ผู้เยี่ยมชม ผมชื่อ บอนด์ สมาชิกหมายเลข 516
MU-7 Super Platinum Primo A/T 4x2 รุ่น S ปี 2010 สีบรอนซ์เงิน
โทรศัพท์ 081-6921957

ออฟไลน์ krissada

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 57
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2010, 09:10:08 »
ถ้ายางตรงหูโช๊ค(ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า) มันเสื่อมหรือขาด ก็ทำให้พวงมาลัยสั่น ได้นิด  ๆ ครับ

และทำให้มีอาการอีกอย่างนึงคือเวลาขับทางที่ผิวถนนไม่เรียบ ความรู้สึกจะเหมือนมันไม่นุ่มนวล มีเสียงกึก ๆ คล้ายกับโช๊คเสีย(ที่จริงมัน

การตรวจสอบก็คือ ลองมุดใต้ท้องรถ แล้วลองกำกระบอกโช๊ค( โช๊คหน้า) ออกแรงหมุนทวน - ตามเข็มนาฬิกาดูครับ ถ้าขยับได้ก็แสดงว่ายางตรงนั้นมันเสื่อม หรือขาดอ่ะครับ

แก้ใขโดยไปร้านโช๊คอัพ ให้เปลี่ยนยางที่ว่านี้ (ผมเปลี่ยนเองไม่เป็น แหะ ๆ) ก็เหมือนเดิมแล้วครับ

อันนี้จากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอครับ

ออฟไลน์ joturbo

  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 94
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2010, 12:20:43 »
 -__- เป็นความรู้ที่เพื่อนทั่วไปควรทราบขออนุญาตปักหมุดครับ

ออฟไลน์ PIAK

  • สนุกสนาน ได้สาระ ได้พบปะ เพื่อนรู้ใจ
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มืออาชีพ
  • *
  • กระทู้: 685
  • ทุกชีวิตมีคุณค่า อย่าปล่อยเวลาให้เสียไป
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 06 สิงหาคม 2010, 21:00:44 »
มีความรู้ดีดีมาแบ่งปันกัน.....ขอบคุณมากครับ -__- -__- -__-

ออฟไลน์ suwit7939

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 69
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2010, 13:37:54 »
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ...แต่ถ้าอยากทราบว่าโชคยังคงเป็นโชคหรือไม่ ง่าย ๆ ครับใช้มือกดรถให้โยกขึ้น ลง 
แล้วปล่อยมือ ถ้าโช๊ค ดีอยู่ ปล่อยมือแล้วจะหยุดโยกเลย  ถ้ารถยังโยกต่อ แสดงว่า โช๊คเสียแล้วครับ

ออฟไลน์ kii1988

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 7
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 22 ธันวาคม 2010, 20:12:46 »
ขอบคุณมากคับพี่  -__- -__- -__-

ออฟไลน์ arnut

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 17
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 17 มกราคม 2011, 16:55:57 »
 -__-ขอบคุณ

ออฟไลน์ ecomode

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 27
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2011, 23:14:49 »
น้ำมันกำลังจะหมด..... oOo oOo

ออฟไลน์ Gooru Shock Absorbers

  • ทักทายเราได้ที่ได้ที่ gooru.in.th
  • - มือสมัครเล่น
  • **
  • กระทู้: 236
  • Drive Safe, Drive Smart, Drive Whit Gooru
    • gooru.in.th
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2011, 10:33:42 »
ช่วยเสริมเพิมเติมให้เพื่อนได้อ่าน ในแง่ที่เกี่ยวกับช๊อคอัพนะครับว่า มันก็สั่นได้เช่นกัน
ในกรณีช๊อคอัพหมดสภาพ การสั่นนั้นจะเริ่มจากการกินยางมาก่อน เพราะช๊อคเสีย จากนั้นเมื่อยางเริ่มสึกเป็นบั้งๆ ก็จะมีอาการสั่นเล็กๆ ที่ความเร็ว100ขึ้น การสั่นจะเป็นการสั่นที่คล้ายๆ ไม่ใส่ฮับริ้ง ซึ่งจะสั่นอยู่ในย่านใกล้ๆกัน แต่นี่เป็นการสั่นเพราะยางกินเป็นบั้งครับ

การสั่นในกรณีช๊อคอัพไม่เสีย แต่เกิดจากการที่เราแต่งล้อหรือยาง ที่มีน้ำหนักมากเกินจากน้ำหนักเดิมๆมาก ที่ช๊อคอัพติดรถซึ่งมีข้อจำกัดจะรับได้ ถึงไม่เสีย ก็สั่นได้ครับ หรือ การสั่นในกรณีที่ค่าเซ็ทติ้งบางด้านเกิน บางด้านขาด อันเกิดจากการเอาขึ้นเอาลง แต่ไม่มีการปรับค่าเซ็ทติ้งช๊อคอัพตามมาด้วย แบบนี้ก็สั่นแบบสะท้านได้

เสียงอันเกิดจากลูกหมากที่วิ่งลุยน้ำมา ถ้าลุยมาแล้วมาจอดหลายวัน หรือรถเก่า ถ้าโยกเช็คแล้วมันไม่หลวม แต่เลี้ยวแล้วเกิดเสียง การฝืดจะมีผลทำให้พวงมาลัยหนักขึ้นด้วย แบบนี้ก็ลองจับฉึดยาดูได้นะครับ โดยการใช้เข็มฉัดยาอันเล็กๆ ใส่จาระบีเหลวลงไปในหลอดฉีด จากนั้นกดเข็มเข้าที่ยางหุ้มลูกหมาก ก็จะช่วยได้สำหรับขาลุยทำได้เอง
Drive Safe, Drive Smart, Drive Whit Gooru
เบอร์ครบ ทนทาน ราคาถูก คุณภาพพรีเมียม 
แวะทักทายเราได้ที่ได้ที่ gooru.in.th
085-3478910 คุณเชียงชุน
081-4823456 คุณแชมป์

ออฟไลน์ poohjom

  • - สมาชิกสามัญ
  • - มืออาชีพ
  • *
  • กระทู้: 820
  • poohjom อยากโดนจับ อิอิ
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 08 สิงหาคม 2011, 08:44:02 »
ขอบคุณครับผม
ภูมิครับ ซ.ราม118 ครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ  No.915

ออฟไลน์ karnn

  • อดีตที่ดี ทำให้ปัจจุบันสมดุล และเป็นต้นทุนสู่อนาคต
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มืออาชีพ
  • *
  • กระทู้: 656
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 24 มกราคม 2012, 16:00:08 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Tossapol_Mu7

  • Mu7 + Nikon D60
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือโปร
  • *
  • กระทู้: 2,491
  • **ช่างภาพ Tao**
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 09:31:35 »
ขอบคุณครับ 
ได้ใช้ความรู้นี้แล้วครับ กับรถน้าแจงผมก็ว่า ทำไมวิ่งที่ 100-120 รถเป็นไข้ หรือว่ารถป๊อด ใจไม่ถึง กลัวแระความเร็วแค่นี้เองทำสั่น
สรุปคือ   น้าแจงเคยขับรถตกหลุม ตรวจสอบตามคำแนะนำตามแต่ละข้อแล้ว พบว่าแม็คดุ้งครับ ก็เลยเปลี่ยนเอาแม็คเดิมรถใส่ครับ
ทดสอบวิ่งที่ 190 ก็ยังไม่สั่นครับ 
เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ  การขับรถที่มีอาการสั่นนาน ๆ จะทำให้ลูกยางบูชช่วงล่าง และ ส่วนอื่น ๆ  เสียเร็วกว่าปกตินะครับ ถ้าพบเจอก็รีบตรวจสอบและแก้ไขนะครับ ่น้า ๆ
ผมอ๊อก สมาชิกสมุทรปราการ  คุณผู้เยี่ยมชมล่ะครับ

ออฟไลน์ mr.ging

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 13
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2012, 06:47:15 »
กิ๊งยังไม่ได้รถเลยอะคัฟ แต่ฤกษ์ออก 23 มีนาคมนี้อะคัฟ เลยเข้ามาหาข้อมูลไว้ก่อนอะคัฟ มีอะไรแนะนำน้องใหม่ด้วยคัฟ
ขอบคุณคัฟ o_o'

ออฟไลน์ วิรงรอง มูลวิสาร

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 23
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 06 กันยายน 2012, 17:18:27 »
ขอบคุณค่ะ...สั่นเหมือนกัน...ถ่วงล้อล้วก็ไม่หาย..ต้องไปดูอีกที

ออฟไลน์ wat03

  • - มือใหม่
  • *
  • กระทู้: 5
Re: ขับรถแล้ว “พวงมาลัยสั่น“ ควรทำอย่างไร
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 21 พฤศจิกายน 2012, 14:35:46 »
ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกท่านครับ ผมไม่มีรถเป็นของตัวเองซ่อมแต่รถหลวงครับเลยอยากแชร์ปัญหากับผู้มีประสบการณ์ครับ