ผู้เขียน หัวข้อ: การดูแลรักษายางรถยนต์  (อ่าน 2547 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

MU7 Club Advertising

ออฟไลน์ มยุรา

  • หัวหิน ถิ่นมนต์ขลัง
  • - คณะกรรมการ/สมาชิกสามัญ
  • - มือโปร
  • *
  • กระทู้: 2,117
  • mu-7 Hua-Hin
การดูแลรักษายางรถยนต์
« เมื่อ: 16 มิถุนายน 2008, 17:45:11 »
การดูแลรักษายางรถยนต์
-----ด้วยหน้าที่ในการยึดเกาะถนนของยางรถยนต์ อันเป็นส่วนหนึ่งของระบบกันสะเทือนที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถได ้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยตลอดการ เดินทาง ยางรถยนต์แต่ละเส้น จึงต้องได้มาตรฐาน เหมาะสมกับประเภท และการใช้งานของรถ เพราะประสิทธิภาพของยางขึ้นอยู่กับสภาพของยาง แต่ละเส้น

-----ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของยางก็คือ ความดันลมยาง ถ้าความดันลมภายในยาง มากหรือน้อยกว่าที่กำหนด จะมีผลทำให้อายุ การใช้งานของยางสั้นลง เช่น ถ้าความดัน ลมยางมากเกินไป จะมีผลทำให้ดอกยางสึก โดยเฉพาะบริเวณ ตอนกลางของหน้ายาง เพราะโครงยาง จะเบ่งตัวเต็มที่ อาจทำให้ยางระเบิดได้ง่าย หากรับแรงกระแทกรุนแรง หรือของมีคม แต่ถ้าความดันลมยางน้อยเกินไปก็จะมีผลทำให้ไหล่ยางด้านข้าง ทั้งซ้าย และขวาสึก ส่วนตอนกลางของยาง จะยุบตัวเข้าไป หรือที่เรามักเรียกว่า ยางแบน

-----การรับน้ำหนัก ถ้ารถมีน้ำหนักบรรทุกเกินอัตราส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสูงสึกหรอเร็ว แล้วถ้าล้อใดล้อหนึ่งรับน้ำหนักมากกว่า ล้ออื่น จะทำให้ ล้อนั้น ๆ สึกหรอเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพถนนที่ขรุขระ สภาพรถเกี่ยวกับศูนย์ล้อ เช่น มุมโทอิน*, มุมโท-เอาต์* และมุมแคมเบอร์** ของรถยนต์ถ้าไม่ถูกต้องตามกำหนดของรถแต่ละรุ่น ก็จะทำให้ยางสึกหรอเร็วและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ วิธีการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ การขับรถด้วย ความเร็วสูง หรือการหยุดที่ความเร็วสูง รวมทั้งการเบรกและออกตัวอย่างรุนแรง ก็มีผล ทำให้ยางสึกหรอเร็วยิ่งขึ้นอีก

-----การสังเกตว่ายางหมดอายุ หรือใกล้หมดอายุการใช้งานหรือไม่นั้นให้ดูที่สัญลักษณ์รูปหรืออักษร Twi ที่ไหล่ยาง รอบ ๆ แก้มยาง ข้างละประมาณ 6 จุด ห่างกันประมาณ 60 องศาจากปลายมุมสามเหลี่ยม เมื่อลากเส้นผ่านหน้ายาง จากไหล่ยางด้านหนึ่ง ไปยังไหล่ยางอีกด้านหนึ่งภายในร่องยาง ตามแนวที่กล่าวมา จะมีเนื้อยางเป็นเส้นนูนขึ้นมา โดยเฉลี่ยจะมีความสูงจากความลึกของ ร่องยางปกติประมาณ 2 มิลลิเมตร ดังนั้น เมื่อยางถูกใช้งาน ไปนาน ๆ ควรเปลี่ยนยางใหม่ เนื่องจากถ้าใช้ ต่อไปอาจเกิดปัญหา ทางด้านประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและการหยุดรถได้

-----การดูแลรักษา สามารถทำได้โดยหมั่นเช็กลมยางอยู่เสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และหลีกเลี่ยงถนนหนทางที่ขรุขระ หลีกเลี่ยงการขับบน ฟุตบาท นอกจากนี้ขณะออกรถไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ และออกตัวอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้ ยางสึกเร็วกว่า ปกติและไม่ควรจอดรถชิดจนติดกับฟุตบาท เพราะอาจทำให้โครงยางชำรุด ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้ายางมีแผล และเป็นแผลชำรุดที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า ที่จะซ่อมแซมได้ ควรเปลี่ยนยาง เส้นใหม่

-----หมายเหตุ
-----*มุมโท คือ แนวที่กำหนดให้ล้อคู่หน้าพุ่งตรงไปข้างหน้าจะต้องขนานกันตลอดเวลา ถ้าด้านหน้าแยกออกจากกัน เรียกว่า โทเอาต์ ถ้าหุบเข้าหากันเรียกว่า โทอิน
-----**มุมแคมเบอร์ หมายถึง มุมที่หน้ายางด้านล่างที่สัมผัสกับพื้นดิน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเส้นตั้งฉาก กับเส้นสลักเพลาล้อหน้า ถ้ามุมแคมเบอร์เป็นบวก ระยะห่างของหน้ายางตอนล่างที่สัมผัสกับผิวถนนจะสั้นกว่าระยะห่างของหน้ายางตอนบน หมายถึง หน้ายางตอนล่างหุบเข้าตอนบนถ่างออก ถ้ามุมแคมเบอร์เป็นลบ ผลของระยะห่างหน้ายางก็จะออกมาในทางตรงกันข้าม แคมเบอร์มีผลต่อการขับและการยึดเกาะถนน 

ที่มา : car-today.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มิถุนายน 2008, 14:29:29 โดย มยุรา »

พื้นที่โฆษณา


noopau

  • บุคคลทั่วไป
Re: การดูแลรักษายางรถยนต์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2008, 17:51:45 »
แล้วมิวควรเติมลมยางเท่าไหร่

บางคนว่า  32  บางคนว่า 40 เทียบความนิ่มความกระด้างกัน

หนูเติม  35  สี่ล้อเลย  แต่ไอ้นิ่มไอ้กระด้างเนี่ยหนูไม่รู้ว่าใช้อะไรวัดอ่ะ

หนูไม่ค่อยรู้สึกเล้ยยยยย

ออฟไลน์ ป...ป่าน Love U

  • สามพันซีซี สุดขีดกับความเร็ว สุดเข็มกับเลขไมล์
  • - มือโปร
  • ****
  • กระทู้: 1,868
  • You'll Never Walk AGAIN
    • TWCC : Thai Washer Car Club
Re: การดูแลรักษายางรถยนต์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2008, 15:03:40 »
แต่เรื่องลมยางอ่อนแล้วเปลืองน้ำมันนี่เรื่องจริงเลย
ใจเล็กๆ มันเจ็บลึกๆ อยู่ลับๆ กับสิ่งลวงๆ รอยน้ำค้างเพียงหยดเล้กๆ หล่อเลี้ยงไว้ให้อยู่ต่อไป

ออฟไลน์ MuZaa

  • Nui...MuZaa
  • - สมาชิกสามัญ
  • - มือสมัครเล่น
  • *
  • กระทู้: 351
  • อย่าปาดหน้า...เด๋วม้าตื่น !!!
Re: การดูแลรักษายางรถยนต์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2008, 22:03:24 »
แล้วมิวควรเติมลมยางเท่าไหร่

บางคนว่า  32  บางคนว่า 40 เทียบความนิ่มความกระด้างกัน

หนูเติม  35  สี่ล้อเลย  แต่ไอ้นิ่มไอ้กระด้างเนี่ยหนูไม่รู้ว่าใช้อะไรวัดอ่ะ

หนูไม่ค่อยรู้สึกเล้ยยยยย

ต้องลองวิ่งเร็วในทางขรุขระ เช่นทางลูกรัง อ่ะครับเห็นชัดเจนเลย  เพราะวิ่งเร็วมากๆช็อคอัพมันไม่ทันได้ซับแรงเท่าไรส่วนมากอยู่ที่ยาง

ISUZU CLUB
RCWEB.net
D-MAX Club No. 1954
MU7 CLUB THAILAND No. 060

ห นุ่ ย   มิ ว ซ่ า . . .     ห มู น้ อ ย พ ร ร ค ม า ร